ปีนี้ 798 คน
ทั้งหมด 341247 คน
เริ่มเมื่อ 2010-10-26


 
 
 
 
พระปัจเจกพุทธเจ้า เป็นผู้มีปัญญาตรัสรู้สำเร็จด้วยตนเองเช่นพระพุทธเจ้า แต่ไม่สามารถถ่ายทอดธรรมให้ใครๆ ได้ อาจจะเนื่องจากท่านไม่ได้สะสมบารมีในการเทศนามาเพียงพอ หรืออาจจะเป็นด้วยกาลสมัยที่ไม่มีใครมีภูมิธรรมสูงพอที่จะฟังท่านเข้าใจ
เสมือนเป็นครูผู้รู้ที่ซ่อนกายครับ

ส่วนพระศรีอริยเมตรัย จัดเป็นพระพุทธเจ้าเช่นพระมหาบุรุษในยุคเรา เป็นผู้ตรัสรู้ธรรมและสามารถประกาศธรรมที่ได้ตรัสรู้แล้วนั้นให้สัตว์โลกอื่นๆ ได้รู้ตามได้
ทั้งสองจึงต่างกันตรงที่บารมีในการประกาศศาสนาครับ
เสมือน โรงเรียนเล็กกับโรงเรียนใหญ่ แต่มีวิชาเช่นเดียวกัน
 

โลกเกิดขึ้นและถูกทำลายไปนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ระยะเวลา 1 คาบของโลก คืออายุขัยของโลกตั้งแต่โลกเริ่มก่อตัวใหม่ๆ ยังไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ อยู่เลย จนเริ่มมีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นมา จนกระทั่งโลกถูกทำลายไป แล้วเริ่มก่อตัวขึ้นมาใหม่ จนอยู่ในสภาพเดิมอีกครั้ง 1 รอบเช่นนี้เรียกว่า 1 กัปของโลก

กัป, กัลป์ (life Span) : กาลกำหนด,ระยะเวลายาวนานเหลือเกิน ที่กำหนดว่าโลกคือสกลจักรวาฬ ประลัยครั้งหนึ่ง (ศาสนาฮินดูว่าเป็นวันหนึ่งคืนหนึ่งของพระพรหม) ท่านให้เข้าใจด้วยอุปมาว่าเปรียบเหมือนมีภูเขาศิลาล้วนกว้าง ยาว สูงด้านละ ๑ โยชน์ทุก ๑๐๐ ปี มีคนนำผ้าเนื้อละเอียดอย่างดีมาลูบครั้งหนึ่ง จนกว่าภูเขานั้นจะสึกหรอสิ้นไป กัปหนึ่ง"ยาวนานกว่านั้น"; กำหนดอายุของโลก; กำหนดอายุเรียกเต็มว่า อายุกัปเช่นว่า อายุกัปของคนยุคนี้ประมาณ๑๐๐ ปี

พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในอดีตมีมากมายนับไม่ถ้วน ในบางกัปของโลกก็ไม่มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาเลย บางกัปก็มีพระพุทธเจ้า 1, 2, ..., 5 พระองค์เป็นอย่างมาก โดยที่คำสอนของพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนสิ้นสูญไปแล้ว พระพุทธเจ้าพระองค์ใหม่จึงจะอุบัติขึ้น

โลกธาตุหนึ่ง มีพระพุทธเจ้าเพียงองค์เดียว *๑

อานนท์! ภิกษุผู้ฉลาดในฐานะและอฐานะนั้น ย่อมรู้ว่า ข้อนี้มิใช่ ฐานะ ข้อนี้มิใช่โอกาสที่จะมี คือข้อที่ในโลกธาตุอันเดียว จะมีพระตถาคต ผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธะ สององค์ เกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่ก่อน ไม่หลังกัน. นั่นมิใช่ฐานะที่จะมีได้.

ส่วนฐานะ อันมีได้นั้น คือข้อที่ใน โลกธาตุอันเดียว มีพระตถาคต ผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธะองค์เดียว เกิดขึ้น. นั่นเป็นฐานะที่จะมีได้.

๑. บาลี พหุธาตุกสูตร อุปริ. ม. ๑๔/๑๗๑/๒๔๕. ตรัสแก่พระอานนท์ ที่เชตวัน.

พระพุทธเจ้า: ท่านผู้ตรัสรู้แล้ว,ผู้รู้อริยสัจจ์ ๔ อย่างถ่องแท้ ตามอรรถกถาท่านแบ่งเป็น ๓ คือ

๑.พระพุทธเจ้า ท่านผู้ตรัสรู้เองและสอนผู้อื่นให้รู้ตาม (บางทีเรียกพระสัมมาสัมพุทธะ)
๒. พระปัจเจกพุทธะท่านผู้ตรัสรู้เองจำเพาะผู้เดียว มิได้สั่งสอนผู้อื่น
๓. พระอนุพุทธะ ท่านผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า (เรียกอีกอย่างว่าสาวกพุทธะ);

พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์แห่งภัทรกัป
พระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบันได้ตรัสเอาไว้ว่า ในกัปนี้จะมีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นทั้งหมด 5 พระองค์ (เพราะฉะนั้นกัปนี้จึงได้ชื่อว่าภัทรกัป) คือ

1. พระกุกกุสันธะพุทธเจ้า
2. พระโกนาคมนะพุทธเจ้า
3. พระกัสสปะพุทธเจ้า
4. พระโคตมพุทธเจ้า (องค์ปัจจุบัน)
5. พระเมตไตรย์พุทธเจ้า (เรียกกันสามัญว่าพระศรีอาริย์ หรือพระศรีอริยเมตไตรย); จะอุบัติขึ้นในภายหน้า หลังจากสิ้นศาสนาพระโคดม
แล้ว ในคราวที่มนุษย์มีอายุยืน ๘๐,๐๐๐ ปี นับเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ที่ ๕แห่งภัทรกัปปนี้

พระพุทธเจ้า ๒๕ พระองค์นับแต่พระองค์แรกที่พระโคตมพุทธเจ้า(พระพุทธเจ้าพระองค์
ปัจจุบัน) ได้ทรงพบและทรงได้รับการพยากรณ์ว่าจะได้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า (รวม๒๔ พระองค์) จนถึงพระองค์เอง
ด้วย คือ ๑. พระทีปังกร ๒. พระโกณฑัญญะ ๓. พระมังคละ ๔. พระสุมนะ ๕. พระเรวตะ๖. พระโสภิตะ ๗. พระอโน มทัสสี ๘. พระปทุมะ ๙. พระนารทะ ๑๐. พระปทุมุตตระ ๑๑. พระสุเมธะ ๑๒. พระสุชาตะ๑๓. พระปิยทัสสี ๑๔. พระอัตถทัสสี ๑๕. พระธัมมทัสสี ๑๖. พระสิทธัตถะ ๑๗. พระติสสะ ๑๘. พระปุสสะ๑๙. พระวิปัสสี ๒๐. พระสิขี ๒๑. พระเวสสภู ๒๒. พระกกุสันธะ ๒๓. พระโกนาคมน์ ๒๔. พระกัสสปะ ๒๕. พระโคตมะ(เรื่องมาในคัมภีร์พุทธวงส์ แห่งขุททกนิกาย พระสุตตันตปิฎก)

พระศรีอริยเมตรัย เป็นพระพุทธเจ้าที่จะทรงตรัสรู้ด้วยความเพียร บำเพ็ญพระบารมีมานานถึง 16 อสงไขย และ แสนกัลป์ (พระพุทธองค์ ตรัสรู้ด้วยปัญญาบารมี ใช้เวลา 4 อสงไขย แสนกัลป์)

พระเทวทัต เป็นคู่กรรมกับพระพุทธองค์ ขณะธรณีสูบได้สติ และ ถวายชืวิตเป็นพุทธบูชา พระพุทธองค์ทรงมีพุทธทำนายว่า เมื่อพ้นจากการใช้กรรม พระเทวทัตจะกลับมาเสวยชาติเป็นมนุษย์ และ เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า
พระเจ้าปเสนทิโกศล ทรงบำเพ็ญเพียรเพื่อจะเป็นพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง เช่นเดียวกับพระสมณโคดม จีงทรงไม่บรรลุชั้นพระโสดาบัน หรือ สิ่งใด เพราะพระองค์จะพบธรรมเหล่านั้นด้วยพระองค์เองในกาลข้างหน้า

พระปัจเจกพุทธเจ้าคือท่านผู้บำเพ็ญบารมีมาเพื่อตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง แต่คิดว่าคงจะไม่มากเท่าผู้ที่ปรารถนาจะเป็นพระตถาคตหรอกนะครับ ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงไม่ทรงมีพระกำลังบางอย่างเท่ากันกับพระตถาคตนั่นก็คือ ตถาคตพลญาณ หรือญาณ 10 อย่างของพระตถาคต จึงทำให้ท่านไม่สามารถ สั่งสอนบุคคลทั้งหลายได้ด้วยนวัคสัตถุศาสน์ทั้ง 9 อย่าง ต้องผู้ที่มีอินทรีย์แก่กล้าอยู่ในวิสัยของท่านเท่านั้น ท่านจึงจะสามารถโปรดให้บรรลุมรรคผลอันใดอันหนึ่งได้

ในกรณีของพระเจ้าปเสนทิโกศล เท่าที่ผมทราบนะครับรู้สึกว่าท่านจะปรารถนาเป็นพระตถาคตและจะสำเร็จด้วย (ตามโสตัตถกีมหานิทาน ของท่านจูฬพุทธโฆษะและอนาคตวงศ์ครับ)มีพระนามว่า พระธรรมราชาสัมมาสัมพุทธเจ้าครับ
พระศรีอาริยเมตไตย หรือพระเมตไตยสัมมาสัมพุทธเจ้า จะเป็นพระตถาคตองค์ถัดไปในภัทรกัล์ปนี้ครับ

ส่วนพระเทวทัตท่านปรารถนาจะเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า โดยเมื่อก่อนที่ท่านจะถูกธรณีสูบหมด เมื่อธรณีสูบถึงอก ท่านก็เปล่งวาจาปรารถนาว่า
" ข้าพเจ้าขอถึงพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นผู้เกิดด้วยบุญตั้งร้อยว่าเป็นที่พึ่ง ด้วยทานที่ข้าพเจ้าถวายกระดูกซี่โครงนี้ขอให้ในอนาคตกาล ข้าพเจ้าจงเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งด้วยเถิด" (ผมอาจจะจำประโยคได้ไม่ค่อยแม่นขออภัยด้วยครับ) พระตถาคตทรงตรัสว่าท่าน(พระเทวทัต)จะสำเร็จความปรารถนาของท่านแน่นอน
และที่ผมพบคือสมัยหนึ่งพระอุบลวรรณาเถรี(อัครสาวิกาเบื้องซ้าย)เคยไปเกิดเป็นพระมเหสีของกษัตริย์เมืองหนึ่ง(ผมจำไม่ได้)แล้วมีพระราชโอรสถึง 500 พระองค์ตามคำอธิษฐานของนาง แล้วต่อมาพระราชโอรสทั้ง 500 องค์ก็ไปนั่งขัดสมาธิบนดอกบัว แล้วเป็นพระอรหันต์ ซึ่งตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง ทั้ง 500 องค์ ก็เท่ากับว่า พระปัจเจกพุทธเจ้ามีได้หลายๆพระองค์ในคราวเดียว แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ท่านเหล่านี้(พระปัจเจกพุทธเจ้า)จะไม่ทรงอุบัติขึ้นมาในขณะที่สมัยของพระศาสนาของพระตถาคตพระองค์ใดพระองค์หนึ่งยังคงมีอยู่ (พุทธันดร)

พระเจ้าปเสนทิโกศล จะได้เป็นพระพุทธเจ้าจริงๆไม่ใช่พระปัจเจกพุทธเจ้าชื่อพระธรรมราชา

พระเทวทัตที่ก่อนโดนพระธรณีสูบได้สำนึกตนและอะษฐานถวายกระดูกคางของตนเป็นพุทธบูชา พระพุทธเจ้าได้กล่าวว่า พระเทวทัตจะได้เป็นปัจเจกพุทธเจ้าชื่ออัฏฐิสระ หลังจากใช้หนี้กรรมในอเวจีมหานรกหมด

พญามาราธิราชที่มาขัดขวางการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าของเราต่อมาก็จะปรับปรุงจิต และได้เป็นพระพุทธเจ้าเช่นกันทรงพระนามว่า พระธรรมสามี